Flying World

บทความ

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับน้ำมัน

21-11-2557 11:44:14น.

 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับน้ำมัน

ตอนนี้เราทราบแล้วว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำ เพราะจะส่งผลดีต่อรถยนต์เพราะทำให้เครื่องยนต์สะอาดและน้ำมันใหม่ทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมแต่หากคุณยังสงสัยว่า จริงๆ แล้ว น้ำมันเครื่องทำงานอย่างไรกันแน่
มาเริ่มกันตั้งแต่ต้นน้ำมันที่ใช้กันในรถมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่สองส่วน นั่นคือน้ำมันพื้นฐานและสารเติมแต่งน้ำมันพื้นฐานจะเป็นตัวที่ทำให้น้ำมันเครื่องทำหน้าที่ได้ถูกต้อง นั่นคือการหล่อลื่นส่วนที่เคลื่อนไหวในเครื่องยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสึกหรออันเนื่องมาจากการเสียดสีกันส่วนสารเติมแต่งจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์โดยช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพจากการทำงานที่มีอุณหภูมิสูงมากๆจากเครื่องยนต์
น้ำมันพื้นฐานได้มาจากการกลั่นน้ำมันดิบ (ที่ได้จากการสูบจากพื้นดิน)น้ำมันดิบจะผ่านกระบวนการกลั่นหลายขั้นตอนก่อนที่จะได้น้ำมันที่เหมาะกับการใช้เป็นน้ำมันเครื่องส่วนผสมที่ไม่ต้องการ เช่น ขี้ผึ้ง, กำมะถันและส่วนประกอบของไนโตรเจนต้องถูกกำจัดออกไปส่วนของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่อิ่มตัวจะถูกสกัดทำให้โมเลกุลเสถียรมากขึ้นน้ำมันดิบจะถูกกลั่นด้วยระบบสุญญากาศเพื่อให้ได้น้ำมันพื้นฐานที่มีระดับความหนืดต่างๆกันผลผลิตที่ได้ในแต่ละกระบวนการจะนำไปผลิตเป็นน้ำมันพื้นฐานต่างๆ มีดังนี้
§                  การสกัดด้วยตัวทำละลายโดยการใช้ตัวทำละลายสกัดแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวออกจากกัน
§                  ไฮโดรรีไฟนิ่ง เป็นการกำจัดสารประกอบไนโตรเจน และซัลเฟอร์ทำให้น้ำมันมีสีสวยขึ้น เพิ่มความสามารถในการต้านทานการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและทนต่ออุณหภูมิได้สูงขึ้น
§                  ไฮโดรทรีทติ้ง- เป็นขั้นตอนการเปลี่ยนไฮโดรคาร์บอนที่ไม่อิ่มตัวเป็นไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวเป็นการเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าการสกัดด้วยตัวทำละลายและยังช่วยกำจัดสารประกอบโมเลกุลใหญ่ของซัลเฟอร์และไนโตรเจนบางส่วน
§                  ไฮโดร แคร๊คกิ้ง-เป็นขั้นตอนที่สลับซับซ้อนในการจัดเรียงโมเลกุลของไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ได้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวได้มากกว่าการทำไฮโดรทรีทติ้งและการสกัดด้วยตัวทำละลาย
§                  ไฮโดรไอโซเมอร์ไรเซชั่น- เป็นการเพิ่มความเสถียรให้กับน้ำมันที่มาจากการทำไฮโดรแคร๊คกิ้งมากขึ้น
 
 
 
 
 
การใช้น้ำมันพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการปกป้องเครื่องยนต์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ยังต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ เพื่อช่วยปกป้องเครื่องยนต์ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ดังนั้นจึงมีการเติมสารเติมแต่งเพื่อให้ได้สูตรที่สมบูรณ์แบบ
§                  สารชะล้างและกระจายสิ่งสกปรก - ใช้เพื่อให้เครื่องยนต์สะอาด, ทำให้สิ่งสกปรกหรือสิ่งเจือปนกระจายตัวออกจากกัน ไม่รวมตัวกันเป็นโคลนตะกอนซึ่งเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์มาก
§                  สารป้องกันสนิมและการกัดกร่อน -ใช้เพื่อป้องกันน้ำและกรดที่เป็นผลมาจากการเผาไหม้ซึ่งทำให้เกิดการกัดกร่อนเครื่องยนต์ได้
§                  สารต้านทานการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น - เติมเพื่อหยุดยั้งการเกิดออกซิเดชั่นที่ทำให้น้ำมันข้นเหนียวและเป็นโคลนตะกอน
§                  สารป้องกันการสึกหรอ -เป็นการสร้างแผ่นฟิล์มขึ้นมาเคลือบที่ผิวโลหะเพื่อป้องกันการกระแทก,เสียดสี
§                  สารเพิ่มค่าดัชนีความข้นใสและสารลดจุดไหลเท -ช่วยทำให้ระบบการหมุนเวียนของน้ำมันดีขึ้น
ถึงตอนนี้คุณทราบแล้วว่าน้ำมันเครื่องคืออะไร ทำมาจากที่ไหนและทำงานอย่างไรส่วนที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นส่วนที่มีคนสับสนมากที่สุดส่วนหนึ่ง นั่นคือเกรดของน้ำมันเครื่องนั่นเอง น้ำมันเครื่องทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การหล่อลื่นซึ่งความหนืดของน้ำมันเครื่อง (วัดจากความข้นใส หรือการต้านทานการไหล)จะต้องสามารถที่จะทำงานได้อย่างดี แม้ว่าเครื่องยนต์จะมีอุณหภูมิที่สูงมากโดยที่น้ำมันจะต้องเป็นฟิล์มบางๆเมื่อเครื่องยนต์ร้อนและข้นขึ้นเมื่อเครื่องยนต์เย็นการเลือกเกรดของความหนืดที่เหมาะสมกับอุณหภูมิของรถยนต์ซึ่งวัดจากสถานที่ที่อยู่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
น้ำมันที่เป็นโมโนเกรด หมายความว่ามีความหนืดที่เหมาะกับอุณหภูมิหนึ่งๆเท่านั้น ส่วนแบบมัลติเกรดนั้นจะใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ จึงทำให้น้ำมันแบบมัลติเกรดได้รับความนิยมมากกว่าจากนักขับซึ่งต้องเผชิญกับอากาศที่ทั้งร้อนและเย็น โดยดูจากตัวเลขแสดงความหนืดสองตัว (อย่างเช่น 10W-30 แสดงว่า 10W คือ ความหนืดที่อุณหภูมิต่ำ สำหรับหน้าหนาว และ 30 สำหรับอุณหภูมิมิสูง)ซึ่งเกิดจากการที่เราใส่สารเติมแต่งทำให้ความหนืดเปลี่ยนแปลงน้อยมากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป
ระดับชั้นคุณภาพของน้ำมัน, เกรดของความหนืด และค่าที่เหมาะสมกับพลังงานของน้ำมันสามารถดูได้จากสัญลักษณ์ของ API ซึ่งมีลักษณะเป็น "โดนัท" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ API (สถาบันการปิโตรเลี่ยมอเมริกัน) ตัวอักษรสองตัว แสดงถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่องและประเภทของเครื่องยนต์ที่เหมาะสม ตัวอักษรแรก "S" หมายความว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับเครื่องยนต์ที่ใช้ประกายไฟในการจุดระเบิดหรือเครื่องยนต์เบนซิน หากตัวอักษรตัวแรกเป็น "C" จะหมายถึงเครื่องยนต์ที่ใช้การบีบอัด ในการจุดระเบิด หรือเครื่องยนต์ดีเซลตัวอักษรตัวที่สองในแต่ละหมวด แสดงระดับชั้นคุณภาพของน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซินนั้น ระดับความมีประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นตามตัวอักษรแต่สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะมีประเภทและความแตกต่างของตัวเครื่องยนต์ดีเซลเองหลากหลายดังนั้นควรทำตามคู่มือที่มาจากผู้ผลิตเพื่อความเหมาะสมในการเลือก
ตรงกลางของ "โดนัท"จะบ่งบอกถึงระดับความหนืดโดย SAE (สมาคมวิศวกรเครื่องยนต์)ส่วนล่างบอกถึงคุณสมบัติของพลังงานตามหลักการทดสอบมาตรฐานของอุตสาหกรรม
หากน้ำมันเครื่องนั้นเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีเครื่องหมาย "S" ที่มีระดับชั้นคุณภาพสูงสุดและมาตรฐานจากพลังงานอยู่ในระดับมาตรฐานก็จะมีสัญลักษณ์ที่เรียกว่า "สตาร์เบิร์สท์" ซึ่งจะพบได้ในฉลากด้านหน้า
ข้อยกเว้น
ข้อมูลที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้มิได้ครอบคลุมข้อมูลด้านรถยนต์ทั้งหมดความถูกต้องแม่นยำมีปัจจัยขึ้นอยู่กับ ระยะเวลา หรือการใช้งานและสภาพแวดล้อมของแต่ละกรณี ในส่วนของ "คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ"เป็นการบอกกล่าวถึงสาเหตุของการเกิดอันตรายต่างๆเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการใช้งานอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัยดีอย่างไรก็ตามคุณจะต้องแน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ อย่างถูกต้องและเหมาะสมหากไม่แน่ใจควรติดต่อขอข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่สามารถรับผิดชอบใดๆหากมีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง,ไม่เป็นไปตามข้อมูลที่มีปรากฏในเว็บไซต์